วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

ข้าวสังข์หยด

จัดทำโดย
จัดทำโดย



นางสาว วิไลวรรณ พัฒน์ฉิม   เลขที่ 7


นางสาว ณัฐสุดา ทำศรี     เลขที่ 10


นางสาว ละอองดาว มามาศ  เลขที่ 14


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6

เสนอ


อาจารย์  ศุภสัณห์   แก้วสำราญ


รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการสืบค้น


ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต


ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2558

  

โรงเรียนเมืองกระบี่

ประวัติความเป็นมา



ประวัติความเป็นมา



       

ประวัติความเป็นมา



             ข้าวสังข์หยดเป็นพันธุข้าวพื้นเมือง เป็นพันธุ์ข้าวเฉพาะถิ่นมีแหล่งปลูกดั้งเดิม อยู่ในจังหวัดพัทลุง ปลูกกันมานานไม่ต่ำกว่า 100 ปี มีลักษณะพิเศษ คือ ข้าวกล้องมีสีแดงเข้ม นิยมบริโภคในรูปแบบข้าวซ้อมมือ จมูกข้าว เป็นข้าวที่มีคุณค่าทางอาหารสูง พันธุ์ข้าวสังข์หยดถูกเก็บรักษาไว้โดยวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวเมือง พัทลุง ตลอดระยะเวลายาวนาน จากหลักฐานการรวบรวมพันธุ์ในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตามโครงการบำรุงพันธ์ข้าว เมื่อ พ.ศ. 2493 โดยกองบำรุงรักษาพันธุ์ กรมการค้าข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏว่า ชื่อข้าวสังข์หยดเป็น 1 ใน 11 ตัวอย่างพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ที่เก็บรวบรวมจากอำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งปรากฏใน Locality ที่ 81
ต่อมาในปี 2525 ได้มีการเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองอีกครั้ง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงเก็บรวบรวมพันธุ์ข่าวได้ 1997 พันธุ์ พันธุ์ข้าวสังข์หยด (KGTC 82039) เป็นตัวอย่างพันธุ์ที่เก็บรวบรวมจากแหล่งปลูกที่ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เป็นหนึ่งในจำนวนตัวอย่างที่ได้เก็บรวบรวม หลังจากนั้นในปี 2530 มี การปรับปรุงพันธุ์โดยเลือกพันธุ์ข้าวแบบหมู่ (Mass Selection) จนได้สายพันธุ์ข้าวสังข์หยดที่ดี มีความสม่ำเสมอตามลักษณะประจำพันธุ์ คือ มีลักษณะเมล็ดเรียวยาว อายุเบา ปริมาณ อมิโลสต่ำ ข้าวสารมีสีขาวขุ่น ข้าวกล้องมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวปนแดงจาง ๆ จนถึงแดงเข้ม เมื่อหุงสุกใหม่ ๆ จะมีความนุ่มมาก และยังคงนุ่มอยู่เมื่อเย็นตัวลง
ในปี 2549 ข้าวสังข์หยดพัทลุง ได้รับคำประกาศรับรองให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (ข้าว GI) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 โดยใช้ชื่อว่า “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง” ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2549 นับเป็นข้าว จี ไอ พันธุ์แรกของประเทศไทย จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้เกิดการแปรรูปข้าวสังข์หยดในรูปแบบของการซ้อมมือเพื่อจำหน่ายใน ชุมชน และจังหวัดใกล้เคียง จนเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ปริมาณของสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดตลอดจนไม่มีการควบคุมและพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ทั้งการบรรจุภัณฑ์ และการพัฒนารูปแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

ลักษณะข้าวสังข์หยด


ลักษณะข้าวสังข์หยด






ลักษณะข้าวสังข์หยด



      เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ต้นสูง 140 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง ใบเขียว รวงแน่น คอรวง

ยาว  ระแง้ถี่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงข้าวซ้อมมือมีสีแดงปนสีขาวข้าวจากรวงเดียวกันเมื่อขัดสีแล้ว

บางเมล็ดมีสีขาวใสแต่ส่วนใหญ่มีลักษณะขาวขุ่นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง  




การใช้ประโยชน์


การใช้ประโยชน์









การใช้ประโยชน์

เหมาะกับการบริโภค หุงแล้วมีกลิ่นหอม นิ่มมากค่อนข้าง เหนียว เข้า

กับอาหารใต้ได้ดีเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งปริมาณธาตุ

เหล็ก วิตามินบี และไนอาซิน  





ต้นทุนในการผลิต



ต้นทุนในการผลิต
1. ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงปีเพาะปลูก 2549/50  พบว่าต้นทุนรวม  2,456.99  บาทต่อไร่ โดยแยกเป็นต้นทุนผันแปร  2,235.00  บาทต่อไร่  คิดเป็นร้อยละ 90.97 และต้นทุนคงที่  221.99 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.03 เมื่อคิดเป็นต้นทุนทั้งหมดต่อ 1 กิโลกรัมเท่ากับ  7.23 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.1 ต้นทุนผันแปร ซึ่งประกอบด้วย ค่าแรงงาน 1,400.39 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ56.99 ค่าวัสดุ 678.68 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 27.62 และค่าดอกเบี้ยเงินลงทุน  155.93 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.35 เมื่อคิดเป็นต้นทุนผันแปรต่อ 1 กิโลกรัมเท่ากับ 6.58 บาทต่อกิโลกรัม 
1.2 ต้นทุนคงที่ ซึ่งประกอบด้วย ค่าเช่าที่ดิน/ภาษีที่ดิน 138.17 บาท/ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.62 ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 82.16 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.34 และค่าดอกเบี้ยเงินลงทุนอุปกรณ์การเกษตร 1.66 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.07 เมื่อคิดต้นทุนคงที่ต่อ 1 กิโลกรัมเท่ากับ 0.65 บาทต่อกิโลกรัม

ารศึกษาอิทธิพลอายุการเก็บเกี่ยว และการเก็บรักษาต่อคุณค่าทางโภชนาการบางประการของข้าวกล้องงอกจากข้าวสังข์หยดอินทรีย์  โดยกําหนดอายุเก็บเกี่ยวเป็น ระยะ คือ 30   37  และ 44  วัน หลังออกดอก  ผลการทดลองเมื่อพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการต่างๆคือ  ปริมาณสาร GABA (gamma aminobutyric acid)  วิตามินบี 1 ปริมาณโปรตีน  ปริมาณฟลาโวนอยด์ และปริมาณสารฟีนอลิกของข้าวกล้องและข้าวกล้องงอก พบว่าเมื่อระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น  ปริมาณโปรตีนของข้าวกล้องจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  ส่วนสาร GABA ของข้าวกล้องงอกมีมากที่สุดที่ระยะเวลาเก็บรักษาเป็นเวลา 37 วัน  และระยะเวลาการเก็บรักษามีผลต่อปริมาณวิตามินบี เมื่อเปรียบเทียบกับคุณค่าอื่นๆซึ่งค่อนข้างคงที่   ผลการทดลองสรุปว่า  อายุการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษามีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของข้าวกล้องและข้าวกล้องงอกสังข์หยด

การปลูก


การปลูก





การปลูก

            เกษตรกรนิยมใช้วิธีการปลูกโดยการหว่านสำรวย และหว่านน้ำตม ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด พื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน บางแก้ว ป่าบอน และปากพะยูน ส่วนอีกประมาณร้อยละ 20 ใช้วิธีปักดำ ซึ่งจะทำการปลูกกันในแปลงนา กระทงเล็กๆ ได้แก่ อำเภอกงหรา ตะโหมด และศรีบรรพต ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกไว้เพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวเจ้าประเภทไวต่อช่วงแสง จึงปลูกได้เฉพาะข้าวนาปี โดยช่วงเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณเดือนสิงหาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี

วิธีการดูแลรักษา

วิธีการปลูก



วิธีการปลูก
1.     การใช้ปุ๋ยเคมี โดยทั่วไปเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยเคมีเพียงครั้งเดียว สูตร   16 – 20 - 0 อัตราไร่ละ 15 – 20 กก. ใส่เมื่อต้นข้าวอายุไม่เกิน 1 เดือน สำหรับปุ๋ยแต่งหน้า สูตร 46 – 0 - 0 จะไม่ใช้ เนื่องจากในช่วงเวลาการใช้ปุ๋ยแต่งหน้า (ประมาณเดือนพฤศจิกายน ธันวาคมของทุกปี) จะประสบปัญหาฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมขัง
2.      การควบคุมระดับน้ำ เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูก ส่วนใหญ่อยู่ในเขตน้ำฝน จึงไม่มีการควบคุมระดับน้ำในแปลงนาสำหรับพื้นที่นาในเขตชลประทานหรือใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น พื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง กงหรา และตะโหมด จะควบคุมระดับน้ำประมาณ 5 – 10 ซม. ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก

3.      การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยทั่วไปเกษตรกร จะไม่มีการใช้สารเคมี เว้นแต่ในกรณีเกิดการระบาดของศัตรูพืชเท่านั้น